สาส์นจาก นายวิลเลียม อี ไฮเน็ค

วิลเลี่ยม เอ็ลล์วู้ด ไฮเน็คกี้
ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศต่างๆ กว่า 26 แห่งทั่วโลก ได้ให้ ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรมาโดยตลอด เพราะเราเชื่อว่าบุคลากรที่มีศักยภาพจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทำ ให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืน

ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาอาหารไทยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ โดยจะเห็นได้จากจำนวนร้าน อาหารไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยร้านดังกล่าวหลายๆ ร้าน ที่เปิดดำเนินการเจ้าของร้านไม่ได้เป็นคนไทย ดังนั้นอาหาร ไทยในหลายเมนูได้ถูกปรับเปลี่ยนจนทำให้รสชาดต่างจากต้นตำรับอย่างสิ้นเชิง

ไทย คูซีน อคาเดมี (Thai Cuisine Academy) จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการเป็นสถาบันที่จะฝึกสอนศิลปะการทำอาหารไทย ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยอย่างแท้จริง เพื่อรองรับธุรกิจการบริการอาหารไทยทั้งในและต่างประเทศ โดยสถาบันมี ความมุ่งหวังในการผลิตเชฟที่มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ โดยได้จัดทำหลักสูตรสำหรับเชฟมืออาชีพเพื่อสนับสนุนธุรกิจการ บริการอาหารไทยโดยเฉพาะนอกจากนี้ทางสถาบันยังเปิดหลักสูตรสำหรับผู้ที่สนใจทั่วไปอีกด้วย ไทยคูซีนอคาเดมีจะเป็นแหล่งที่ช่วยฝึกฝนทักษะความสามารถในการประกอบอาหารของเชฟที่ไม่เพียงแต่จะช่วยในการสนับสนุนสนุนกลุ่มธุรกิจบริการอาหาร หรือธุรกิจโรงแรมในเครือไมเนอร์เท่านั้น แต่สำหรับทุกๆ องค์กรที่มีความต้องการบุคลากรเชฟที่มีคุณภาพ

ด้วยความร่วมมือระหว่าง ไมเนอร์, เอส แอนส์ พี ซินดิเคท และ เชฟ ชุมพล แจ้งไพร ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ไทย คูซีน อคาเดมี จะช่วยยกระดับมาตรฐานเชฟไทย, อาหารไทย และ สร้างโอกาสในการเจริญเติบโตทางธุรกิจอาหารไทยให้กว้างขวางมากขึ้นทั้ง ในและต่างประเทศ และ จะสามารถทำให้อาหารไทยได้รับความนิยมแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติอย่างแน่นอน

บิล ไฮเน็คกี้ เดินทางมาประเทศไทยพร้อมกับบิดามารดาของเขาเมื่อปี ค.ศ. 1963 และก่อตั้งไมเนอร์กรุ๊ปขึ้นในปี ค.ศ. 1967 เวลากว่า 4 ทศวรรษต่อมา ไมเนอร์กรุ๊ป ขยายธุรกิจจนมีบริษัทในเครือกว่า 30 แห่ง เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจระดับสากล 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม สปา ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นแบรนด์ชั้นนำ

 

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจระดับสากล โดยประกอบ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจร้านอาหาร และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ซึ่ง MINT เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีมูลค่าตามราคาตลาด 132 พันล้านบาท (หรือมากกว่า 4.1 พันล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ) ในปี 2556 MINT แสดงรายได้เกินกว่า 1.1 พันล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ และกำไรสุทธิเกินกว่า 130 ล้านเหรียญดอลล่าสหรัฐ MINT เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจโรงแรมทั้งในรูปแบบเป็นเจ้าของเอง บริหารจัดการ และร่วมลงทุน โดยมีโรงแรมและเซอร์วิสสวีททั้งสิ้น 110 แห่ง ภายใต้เครื่องหมายการค้า อนันตรา อวานี โอ๊คส์ เปอร์ อควัม เอเลวาน่า โฟร์ซีซั่นส์ เซ็นต์ รีจิส แมริออท Radisson Blu และโรงแรมในกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ในประเทศไทย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มัลดีฟส์ เวียดนาม ตะวันออกกลาง ศรีลังกา จีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา แทนซาเนีย เคนยา และโมซัมบิก อีกทั้งยังเป็นผู้นำ ในธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีร้านอาหารกว่า 1,500 สาขา ใน 20 ประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สเวนเซ่นส์ ซิซซ์เลอร์ แดรี่ ควีน เบอร์เกอร์ คิง ไทยเอ็กซ์เพรส เดอะ คอฟฟี่ คลับ ริบส์ แอนด์ รัมส์ และริเวอร์ไซด์ นอกจากนี้ MINT ยังเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นจากต่างประเทศ ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง และธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้า โดยมีโรงงานเป็นของตัวเอง เครื่องหมายการค้าที่ MINT เป็นผู้จัดจำหน่ายได้แก่ แก๊ป เอสปรี บอสสินี่ ชาร์ล แอนด์ คีธ เพโดร เรดเอิร์ธ ทูมี่ สวิลลิ่ง เจ.เอ. เฮ็งเคิลส์ อีทีแอล เลิร์นนิ่ง และ มายเซลล์

ปัจจุบัน ด้วยวัย 65 ปี ไฮเน็คกี้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้เขียนหนังสือ “เถ้าแก่มือโปร เคล็ดลับ 25 ข้อ สำหรับผู้บริหารในโลกยุคไร้พรมแดน” และยังดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิต พีอีที โพลีเมอร์ชั้นนำทั่วโลก บิลสมรสกับแคธลีน แอนน์ ไฮเน็คกี้ มีบุตรชาย 2 คน ชื่อจอห์นและเดวิด บิล ไฮเน็คกี้เปลี่ยนมาถือสัญชาติไทย ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991